HOTLINE 095-116-5564
เพิ่มความสูง – วันนี้ใครๆ ก็อยากสูง 180 ซม.?
เคล็ดลับสำหรับคุณแม่ที่อยาก เพิ่มความสูง ให้ลูกๆ

ทำไม คนเราจึงนอนไม่หลับ

คงจะเป็นเรื่องที่ทรมานพอดู หากช่วงใด ช่วงหนึ่งของชีวิตเกิดนอนไม่หลับขึ้นมา ในเวลาขณะ ที่ผู้คนค่อนเมืองกําลังหลับใหลอย่างมีความสุขอยู่ กลางคืนเป็นเวลาส่วนใหญ่ที่คนเราใช้พักผ่อน เตียง นอนเป็นภาพที่เห็นแล้วควรจะรู้สึกผ่อนคลาย ปล่อย ตัวลงนอนอย่างมีความสุข แต่แปลกที่บางคนกลับมี ความรู้สึกตรงกันข้าม มีความรู้สึกกลัวเข้ามาแทน กลัวการนอน กลัวจะนอนไม่หลับเห็นเตียงนอนแทนที่จะมีความสุข กลับมีความวิตกกังวล เหมือนเป็น สัญญาณเตือนว่าใกล้จะถึงช่วงเวลาแห่งการทรมาน อีกแล้ว

การนอนจึงสามารถที่จะทําให้เกิดความสุข หรือความทุกข์ขึ้นมาก็ได้ แต่คงยังไม่ต้องหมดหวัง หากท่านผู้อ่านบางท่านกําลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ เพียงมีความเข้าใจธรรมชาติของการนอนบางอย่างก็ อาจจะทําให้ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นนี้บรรเทาลงไปได้

 

การนอนเป็นเรื่องของธรรมชาติ

คํากล่าวนี้ได้ตรงประเด็นของธรรมชาติ ของการนอนจริงๆ  หลายคนพยายามตั้งใจ มีอุตสาหะ อย่างมากในการที่จะทําให้ตัวเองหลับให้ได้ในคืนนี้ บางคนยิ่งกว่านั้น ตั้งกฎเกณฑ์ให้กับตัวเอง ว่า “ต้อง” หลับ ให้ได้ภายในเวลาเท่านั้น เท่านี้ นาที การนอนหลับไม่ใช่เป็นเรื่องที่สั่งกันได้ สั่งให้หลับก็หลับได้ ยิ่งถ้าตั้งใจ อยากจะหลับจะพบแต่ความรู้สึกตื่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาที่การหลับพร้อมที่จะเกิดมันจะแสดงตัว ของมันออกมาเองอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป ว่าพอเพียงหรือยังกับการนอนของเรา บางคนใช้เวลาแค่ 6  ซม. ก็รู็สึกอิ่มเต็มที่แล้ว แต่ในขณะที่บางคนต้องการนอนอย่างน้้อย 10 ชม. จึงจะรู้สึกสดชื่นเต็มที่

 

อายุก็มีส่วนสำคัญเหมือนกัน

อายุเองก็มีผลทำให้สภาพการนอนแตกต่างกันไปได้ในแต่ละวัย ลองสังเกตทารกตัวน้อยๆ จะพบว่านอนเก่งเสียจริงๆ ตื่นขึ่นมาทานนม สักครู่เดียวพออิ่มก็จะหลับต่อแล้ว เมื่อเด็กเริ่มโตมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการนอนนั้นก็จะเริ่มน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางวัน และจะมีลักษณะ พิเศษอีกครั้งในช่วงวัยรุ่น โดยธรรมชาติแล้ว วัยรุ่นเป็นวัยหนึ่งที่จ้องการจำนวนชั่วโมงการนอนที่่ค่อนข้างนาน เมื่อเทียบกับวัยอื่น แตกต่างกันตรงที่ว่าคนวัยนี้จะ เริ่มง่วงเมื่อดึก ดังนั้นวัยรุ่นจึงมักจะเข้านอนดึกและ ตื่นสาย อันนี้เป็นธรรมชาติของเขา ส่วนวัยอีกวัย หนึ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของการนอนได้ชัดเจน ก็คือวัยสูงอายุ จริงๆแล้ววัยนี้ไม่ได้ต้องการการนอน ที่น้อยลงไป หากแต่คุณภาพของการนอนต่างหาก ที่ลดน้อยถอยลง รวมทั้งความง่วงที่พร้อมจะหลับ นั้นจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคนหนุ่มสาว จึงไม่แปลกใจเลย ที่จะพบว่าคนในวัยนี้มักจะเข้านอนแต่หัวค่ําแล้ว ตื่นแต่เช้ามืด (ซึ่งบางคนก็จะคอยปลุกลูกหลาน ซึ่ง อยู่คนละวัยให้ตื่นตามขึ้นมาด้วย โดยมีเหตุผล ต่างๆนาๆ อย่างหนึ่งก็คือ อากาศตอนเช้ามันแสนจะ บริสุทธิ์ ทั้งที่ความจริงแล้ว หลับอยู่ก็มาสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าได้เหมือนกัน) คุณภาพของการนอนของคนวัยนี้จะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก มักจะหลับๆ ต่ื่นๆ ทำให้บางคนไม่ค่อยสดชื่นเต็มอิ่มนัก มีการศึกษาพบข้อมูลว่า จำนวนการหลับลึกนั้นจะน้อยลงไปเรื่อยๆ เมืื่อเราอายุมากขึ้น และชายสุงอายุจำนวนการหลับลึกน้อกว่าในผู็หญิงสูงอายุค่อนข้างชัดเจน นอกจากนี้คสูงอายุมักจะงีบหลับในตอนบ่ายอีกช่วงหนึ่งด้วย ซึ่งถ้าหากนับรวมจำนวนชั่วโมงการนอนในวัยหนุ่มสาวได้

บรรยากาศในขณะเข้าสู่การหลับก็เป็นเรื่องที่สําคัญ หากมีเรื่องต้องคอยคิด ต้องคอยใจจดใจจ่อกับการ หลับอยู่ตลอด ก็จะยิ่งทําให้สมองตื่น ไม่มีการผ่อน คลายของกล้ามเนื้อ ดังนั้นการที่ไม่ไปเร่งรีบที่จะต้อง หลับให้ได้ รวมกับบรรยากาศที่สบายๆ ช่วยให้เกิด ความรู้สึกผ่อนคลาย เงียบสงบ ไม่อึกทึกครึกโครม ไฟในห้องไม่สว่างจ้าจนเกินไป อุณหภูมิพอเหมาะที่จะทำให้เกิดความสบาย รวมทั้งสภาพร่างกายที่พร้อม เช่น ไม่หิว หรือไม่อิ่มจนเกินไป รวมทั้งเหนื่อย หรืออ่อนเพลียเกินไป สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยทําให้การหลับเกิดขึ้นได้อย่างสบายๆ มากขึ้น

 

ต้องนอนไม่ต่ำกว่า ….ชั่วโมง จึงจะใช้ได้

หลายคมีความดิดให้กับตัวเองว่า ต้องนอนให้ไม่น้อยกว่าเท่านั้น เท่านี้ชั่วโมง จึงจะพอ ซึ่งจำนวนที่ได้มานั้น อาจได้มาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะจาก หนังสือ หรือ ตำรา จากเคยได้ยินคนพูดกัน หรืออาจจะทดสอบกับตัวเองมาแล้ว การกําหนดชั่วโมงการ นอนให้กับตัวเองนั้น เท่ากับเป็นการตั้งกฎเกณฑ์อัน ใหม่เพื่อให้ตัวเราได้มีเรื่องกังวลขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่อง ความจริงแล้ว จํานวนชั่วโมงที่ได้ยินได้ฟังกันมานั้น เป็นจํานวนตัวเลขเฉลี่ยของหลายๆคน ไม่อาจนํามา เป็นบรรทัดฐาน ยึดติดกับตัวเองได้ ความพอเพียงของการนอนนั้น ไม่ได้อยู่ที่ชั่วโมงการนอน แต่อยู่ที่ความรู้สึกที่ได้รับภายหลังจากการนอนแล้วมากกว่า ความรู้สึกสดชื่นต่างหากที่จะเป็นตัวบอกเรา

 

นอนไม่หลับ เป็นเรื่องธรรมดา

เรื่องนอนไม่หลับเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา ที่จะเกิดขึ้นได้ในในทุกผู้ทุกคน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ปัญหามีอยู่ว่าในบางคนเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ค่อยยอม หายง่ายๆ ก่อให้เกิดความวิตกกังวลต่างๆตามมา บางคนจะกลัวมากว่าตอนเช้าสมองจะไม่ปลอดโปร่ง จะทํางานไม่ได้ จะอ่อนเพลีย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากจะ อยู่ในสภาพอย่างนั้น แต่คิดไปคิดมาแทนที่จะหลับ กลับตาสว่างต่อเนื่องทั้งคืนเลย สาเหตุของการนอน ไม่หลับนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยๆแต่ ไม่ใช่สูตรตายตัว ก็คือ ความเครียดนั่นเอง เวลามีเรื่องกลุ้มใจทีไรเป็นนอนไม่หลับทุกที หลายคนเป็นแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วการนอนไม่หลับจากความเครียดนั้น มักจะเป็นอยู่ไม่นาน ไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ หากเลยเถิดไปเป็นเดือน หลายเดือน ก็จะถืิอว่าไม่ธรรมดาแล้ว อาจมีสาเหตุอย่างอื่นหรือเป็นโรคอย่าง อื่นร่วมด้วย อาจเป็นอาการหนึ่งของโรควิตกกังวล ที่คอยแต่จะคิดว่าจะเกิดเรื่องในทํานองที่ไม่ดีในแง่ลบอยู่เรื่อยๆ ทำให้ไม่สบายใจ กระวนกระวาย นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก หายใจไม่โล่ง เป็นต้น หรืออาจเป็นอาการหนึ่งของโรคซึมเศร้า ที่อารมณ์จะเปลี่ยน ไปจากเดิม หดหู่เบื่อหน่ายท้อแท้ชีวิต เบื่ออาหาร น้ําหนักลด นอนไม่หลับหรือหลับไปช่วงหนึ่ง แล้วตื่นขึ้นมาหลับต่อไม่ได้ หรือบางคนเป็นลักษณะ ของความคิดขอตัวเองนั้นแหละ รบกวนจนทำให้ไม่หลับ เช่น ความกังวล ความใจจดใจจ่อว่าจะหลับ ได้ หรือ ไม่วันพรุ่งนี้ต้องเจอกับความไม่สดชื่น อ่อนเพลีย รู้สึกกลัวที่จะพบตัวเองอยู่ใน สภาพเช่นนั้น คิดไปมา ยิ่งไม่หลับไปกันใหญ่

นอกจากนี้สาเหตุที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ไม่ค่อยหลับ ก็คือ สาเหตุที่เกียวข้องกับร่างกาย ไม่ว่าจะมีอาการของการเจ็บปวดตามที่ต่างๆ โรคบางโรค เชน่ โรคปอด หรอื โรคหัวใจ รวมถึงโรคทางสมองบาง อย่างก็จะทําให้นอนไม่หลับได้ ยาบางชนิดก็มีผล รบกวนต่อการหลับ ด้วยบางคนที่ช่างสังเกต จะบอกได้ ว่าอาการนอนไม่หลับของตนนั้นมีความเกี่ยวข้อง กับการใช้ยาบางตัวได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์เองนี่ แหละที่ถือว่าเป็นตัวการสําคัญที่ทําให้การนอนหลับ

มีปัญหาได้ จริงอยู่แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทําให้ง่วงก็จริง แต่จากกการศึกษาเราพบว่า

เมื่อแอลกอฮอล์กถูกเผาผลาญ ในร่างกายแล้ว จะเปลี่ยนตัวเองเป็นสารเคมีกลุ่มหนึ่งที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นสมองได้ ดังนั้นหลังจากหลับไปเพราะ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้ 3-4 ชั่วโมงแล้ว อาจจะมีอาการ หลับๆตื่นๆหลับไม่สนิทร่วมด้วยได้ นอกจากนี้เมื่อใช้ แอลกอฮอล์ในระยะนานต่อเนื่องจะมีผลทําให้สมอง ในส่วนที่ควบคุมการนอนหลับทํางานบกพร่องไป ทําให้เกิดอาการนอนไม่หลับต่อเนื่องเป็นเดือนๆได้ แม้จะหยุดดื่มไปแล้วก็ตาม

 

เมื่อไหร่ ควรปรึกษาแพทย์

คําตอบของคําถามนี้อาจไม่ได้ยู่ที่ระยะเวลา แต่คงอยู่ที่ว่าเมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าการนอนไม่หลับ ที่กําลังเกิดขึ้นอยู่นั้น มันเริ่มรบกวนความคิด ความรู้สึก หรือ ชีวิตประจําวัน ก็สามารถพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาได้ นอกจากนี้หากมีอาการอื่นเกิดขึ้น นอกเหนือจากการนอนไม่หลับ เช่น อารมณ์ที่หด่ ความวิตกกังวลสูง หรือมีอาการทางร่างกาย เช่น ใจสั่น ขากระตุก อากาที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจ หรือระบบทางเดินหายใจเหล่านี้ ก็อาจจะปรึกษาหารือกับแพทย์ได้เช่นเดียวกัน 

 

สุขภาพการนอนจําเป็นจะต้องได้รับการทะนุถนอม

หลายคนไม่ให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพการ นอนของตนเองเท่าที่ควร อาจมีทัศนคติที่ว่า ยังมี เวลานอนอีกเหลือเฟือ ตอนนี้ต้องรีบทํางานเอาไว้ก่อน แล้วค่อยพักผ่อนทีหลัง แต่จริงๆแล้วร่างกายอาจ ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ สุขภาพร่างกายที่ดีใน ระยะยาว ควรได้รับการดูแลเอาใจใสทั้งเวลาหลับ และ ตื่นด้วย การนอนหลับที่มีคุณภาพมีคุณสมบุติที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือว่า ถ้าการนอนหลับไม่ครบกับที่ร่างกายของเราต้องการแล้วจะก่อให้เกิกด “หนี้” การนอน หนี้นี้จะสะสมได้ไป เรื่อยๆ ถ้ายังมีการอดหลับอดนอนอยู่ และการใช้หนี้ มีอยู่วิธีเดียวคือ การนอนชดเชย จะโดยตั้งใจชดเชย หรือไม่ตั้งใจจะชดเชย เช่น ลักษณะของการหลับในก็แล้วแต่ ดังนั้น ควรนอนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป นอกจากนี้ยังมี สิ่งละอันพันละน้อยที่ส่งเสริมการนอนหลับให้มี คุณภาพได้มากยิ่งขึ้นได้แก่

  • ควรเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา สม่ําเสมอ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ควรตื่นนอนให้เป็นเวลา ไม่ควรนอนแช่ต่อทั้งๆที่ ไม่หลับ ด้วยจุดประสงค์เพื่ออยากจะชดเชยการนอน ที่ไม่ดีของเมื่อคืนที่ผ่านไป เพราะการทําเช่นนั้นจะยิ่งทําให้คุณภาพและประสิทธิภาพการนอนแย่ลงไปอีก

 

  • หลีกเลี่ยงการเก็บเรื่องต่างๆมาคิดเวลา จะนอน สมองคนเราเวลาใกล้นอนควรจะได้รับ การผ่อนคลาย เปรียบเสมือน เครื่องยนต์ก็ไม่ควรติดเครื่องตลอดเวลา เพราะจะทําให้หลับยาก ถ้าอยากจะคิด ก็ควรหาเวลาช่วง หัวค่ำ  นั้งคิด ไปเรื่อยๆ จนอิ่ม  จนไม่รู๋ว่าจะคิดอะไรแล้ว จะได้ไม่ต้องนำเรื่องนั้นมาคิดอีกตอนนอน

 

  • บรรยากาศในห้องนอนก็มีส่วนช่วยการ หลับได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุณหภูมิของห้อง ความสว่าง ความเงีย บ ความสะอาดของที่นอน ความสบายของการนอนบนที่นอนเป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการออกกําลังกายก่อนเข้านอน ควรออกกำลังกายช่วงเย็น หรือช่วงเช้า เพื่อไม่ให้ร่างกายตึงตัวไปก่อนจะเข้านอน
  • สารต่างๆที่เป็นตัวกระตุ้นสมอง ก็ควรหีกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นบุหรี หรือกาแฟ รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกฮอล์กด้วย
  • ส่วนข้อสุดท้ายที่คิดว่าสําคัญมาก และ อยากจะขอฝากไว้ให้กับท่านผู้อ่านที่อาจจะมีปัญหา เรื่องนอนไม่หลับเรื้อรัง ไม่ควรวิตกกังวล และใจจด ใจจ่อกับการนอนหลับในแต่ละคืนจนเกินไป รวมทั้ง ผลตามมาของวันรุ่งขึ้นด้วย ถ้าบังเอิญคืนนี้เกิดนอน ไม่หลับขึ้นมา บอกกับตัวเองได้เลยครับว่า “นอนไม่หลับ ……ก็ช่างมันเถอะครบั ”

 

ที่มา : วิชัยยุทธจุลสาร ฉบับที่ 20 
โดย นายแพทย์จักรกฤษณ์ สุขย่ิง
-วว. จิตเวชศาสตร์ 
  • Research Fellow in Sleep MedicineRush – Presbyterian-St ‘luke’s Medical Center Chicago U.S.A.

Leave a Reply